Friendship (everywhere)

21 04 2008

ไม่มีอะไรเป็นพิเศษครับวันนี้ แค่อยากจะโชว์ความเฉิ่มของตัวเองครับว่า ชัชวาลเอาอึกแล้วครับพี่น้อง มันหลงทางอีกแล้ว อยู่ Melbourne มา 1 ปี มันยังจำทางไม่ได้ แยกกับเพื่อนได้ 3 นาทีป้าบบ หลงปุ๊บ ไปสถานีรถไฟไม่ถูก ยัง..เท่านั้นยังไม่พอมันยังโง่ไม่เอาโทรศัพท์ออกจากบ้านอีก ซวยสิครับ ไปไม่ถูก โทรหาใครก็ไม่ได้ ยืนมึนอยู่แถวๆ Melbourne Museum ด่าทอตัวเอง “ไมมึงโง่งี้ว้า” ทันใดนั้นก็มีเสียงสวรรค์มาจากด้านหลัง ภาษาไทยครับ เป็นเสียงผู้หญิงสองคนคุยกัน คิดในใจ “เอาวะ…โดนหาว่าโง่ก็ช่างละ ดีกว่ากลับบ้านไม่ได้ ไงก็ไม่มีไรจะเสียอยู่แล้ว” ก็เลยหันไป “เอ่อ…โทดนะคับ…สถานี Parliament ไปทางไหนรู้มั้ยครับ?” สองสาวทำหน้าตกใจ “อ่าว…คนไทยเหรอ!!” ก็คิดในใจ “กูหน้าออสซี่เหรอวะเนี่ย?” หนึ่งในนั้นก็บอกว่า “เราไม่ใช่คนแถวนี้อ่ะ” (ภายหลังสืบได้ว่ามาจาก Canberra แค่มาเที่ยวไม่กี่วัน)  สามคำผุดขึ้นมาในหัว “ชิบหายละ” สาวพูดต่อ “แต่เรามีแผนที่” โอ พระเจ้า เธอช่างมีน้ำใจ (ถ้าเป็นคนไทยคนอื่นคงบอกไม่รู้แล้วก็จบกัน) อย่ากระนั้นเลย หยิบแผนที่ขี้นมากางในบัดดล ลืมบอกไปว่า นอกจากชัชวาลจะโง่เรื่องการเดินทางแล้ว มันยังอ่านแผนที่ไม่เป็นอีกด้วย และก็คงเป็นลิขิตฟ้าให้มาเจอคนแบบเดียวกัน สามคนหาไม่เจอครับว่าตัวเองอยู่ตรงไหน!! ไปไม่ถูกครับพี่น้องครับ ชัชวาลเลยตัดบทเลย “งั้นจะไปไหนกันอ่ะครับ แถวที่จะไปมีสถานีรถไฟมั้ย” สาวตอบ “ไม่มีอ่ะ รถไฟใต้ดินได้มั้ย” ชัชวาลก็ประมวลผลด้วยความเร็วประมาณเครื่องคอมสมัยพระเจ้าเหา ว่าไอ้รถใต้ดินเนื่ยคือ City Loop (ตอนแรกคิด “Melbourne มันมีใต้ดินด้วยเหรอวะ?”) ก็เลยเนียนไปกะเค้าด้วย ระหว่างทางก็โดนถากถางไป “อยู่มาได้ไงเนี่ย ปีนึงไปสถานีไม่ถูก” ก็ได้แต่ก้มหน้ามองพื้น เถียงไม่ขึ้น พยายามเปลี่ยนเรื่องแทนว่าสองสาวเป็นใครมาจากไหน เป็นลูกใคร อะไรก็ว่าไป สืบได้ว่าเป็นเด็กม.ช. มาแลกเปลี่ยนที่ Canberra  สี่เดือน แล้วก็มาเที่ยว Melbourne ช่วงเบรค คนนึงชื่อกวาง เป็นคนเชียงใหม่ อีกคนชื่อ จอย เป็นคนนคร (อะไรซักอย่างที่มันอยู่ภาคใต้อ่ะ) สองคนกำลังกลับที่พัก แล้วจะออกไปนั่งฟังเพลงต่อ เป็นการเดินทางที่ระทึกมาก ตลอดทางมีแต่คำว่า “น่าจะ, ใช่มั้ย” น่าหวั่นมากว่า สองคนนี้จะกลับถูกมั้ยเนี่ย แล้วกูจะได้กลับบ้านมั้ยเนี่ย แต่ตอนนั้น การกลับบ้านชักไม่ค่อยสำคัญแล้ว เพราะรู้สึกสองคนนี้ยิ่งคุยยิ่งหนุก ไปๆมา เนียนครับ ไปนั่นฟังเพลงกับเค้าเลยดีกว่า เพราะเริ่มคุ้นทางละ ระหว่างทางก็ถ่ายรูปไปเรื่อยเปื่อย จนไปถึง pub แห่งหนึ่ง กินเบียร์จนหมด ก็กลับฐาน แลกเบอร์+เมลล์ แล้วก็นั่งรถกลับบ้านโดยสงบ (ขออภัยที่ช่วงหลัง detail ชักหาย กูขี้เกียจแล้ว) เอาว่า สาระวันนี้คือ เพื่อนเนี่ย มันมีเกลื่อนถนนไปหมดแหละ คนเราถ้ามันจะได้รู้จักกัน เดี๋ยวมันก็มีเหตุให้ได้รู้จักกันเอง แต่หลังจากได้รู้จักกันแล้ว จะวางตัวยังไงที่จะทำให้มิตรภาพมันยั่งยืน เอาละจบข่าว…ไปนอนกันได้แล้ว ไป๊!!

ถ่ายไปตามทาง

คนนี้กวาง

ซ้ายกวางขวาจย

P.S. เด็กม.ช. เจ๋งไม่แพ้เด็กสเก็ตหาดใหญ่เลยละ สุดยอด!!!





Let there be light!!*

4 04 2008

Seem like god has punished me for my sins on April’s fools, because in the next day (2nd April) my suburb experienced a major electricity outage from 1:30 pm to 4 am of the next day. No train, no food, no MSN, no games, just sit there, talking to friends, playing with fire, and camera. Here are some of the photos

 

fire tiger

 whirl of fire

It was kinda fun, actually, but in the same time, lonely as hell.